Free Shipping on all orders over $50
Summer Sale: Up to 50% OFF selected items
12 Installments Interest-Free on Electronics
New Arrivals! Check out the latest Tech
อาหารต้องห้ามสำหรับสุนัข 9 ชนิด อาหารอะไรที่สุนัขห้ามกิน?

อาหารต้องห้ามสำหรับสุนัข 9 ชนิด อาหารอะไรที่สุนัขห้ามกิน?

•Wholly Care Team

เจ้าของสุนัขจำนวนไม่น้อยอาจเคยแบ่งอาหารจากโต๊ะอาหารให้สุนัข เพราะคิดว่าเป็นเพียงอาหารคนในปริมาณเล็กน้อย แต่มีอาหารและส่วนผสมบางชนิดที่ร่างกายสุนัขรับมือได้ไม่ดี และอาจทำให้เกิดพิษหรือปัญหาสุขภาพได้ ตั้งแต่ช็อกโกแลตและองุ่น ไปจนถึงอาหารที่ดูเหมือนไม่อันตรายอย่างหมากฝรั่งหรือขนมปราศจากน้ำตาล

ปัญหาคืออาหารเหล่านี้ค่อย ๆ เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของสุนัขโดยที่เจ้าของอาจไม่ทันสังเกต เช่น เศษอาหารจากโต๊ะ ขนมที่ตกพื้น หรืออาหารสำเร็จรูปที่มีส่วนผสมบางอย่างซ่อนอยู่ นอกจากอาหารที่เป็นพิษโดยตรงแล้ว ยังมีอาหารบางประเภทที่อาจทำให้เกิดการระคายเคือง ระบบย่อยอาหารมีปัญหา หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพบางอย่างได้

จุดที่ทำให้เจ้าของต้องหยุดและใส่ใจ คือเมื่อสุนัขเผลอกินอาหารที่ไม่ควรกินเข้าไป เพราะอาการอาจเริ่มจากสิ่งที่ดูไม่รุนแรง เช่น อาเจียนหรือท้องเสีย ก่อนพัฒนาไปสู่อาการที่รุนแรงขึ้นในอาหารบางชนิด การรู้ล่วงหน้าว่า สุนัขกินอะไรไม่ได้ จึงช่วยให้เจ้าของป้องกันอุบัติเหตุและสังเกตความผิดปกติได้เร็วขึ้น

9 อาหารต้องห้ามสำหรับสุนัขที่ควรหลีกเลี่ยง

1. ช็อกโกแลตและโกโก้

ช็อกโกแลตมีสาร ธีโอโบรมีน (Theobromine) และคาเฟอีน ซึ่งสุนัขไม่สามารถเผาผลาญได้ดี เมื่อได้รับเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการอาเจียน ท้องเสีย หัวใจเต้นผิดปกติ ตัวสั่น กล้ามเนื้อกระตุก และชัก โดยในกรณีรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ดังนั้นไม่ควรแบ่งช็อกโกแลต ขนมที่มีโกโก้ หรืออาหารที่มีส่วนผสมของช็อกโกแลตให้สุนัขกิน แม้จะเป็นเพียงขนมชิ้นเล็ก ๆ ก็ตาม

2. องุ่นและลูกเกด

องุ่นและลูกเกดเป็นอาหารที่ควรห้ามสุนัขกิน เพราะแม้ได้รับในปริมาณไม่มากก็อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อไตและนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลันได้

อาการที่อาจพบหลังได้รับพิษ ได้แก่ อาเจียน เซื่องซึม และความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของไต จึงควรเก็บองุ่นและลูกเกดให้พ้นจากบริเวณที่สุนัขเข้าถึงได้

3. หัวหอม กระเทียม และต้นหอม

อาหารในกลุ่มพืชตระกูลหอมมีสารประกอบกำมะถันที่สามารถทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงของสุนัข และอาจนำไปสู่ ภาวะโลหิตจาง ได้

สุนัขที่ได้รับสารเหล่านี้อาจมีอาการอ่อนแรง เหงือกซีด อาเจียน หรือปัสสาวะมีสีแดงเข้มจากฮีโมโกลบินที่ถูกปล่อยออกมา จึงควรระวังไม่เฉพาะผักสด แต่รวมถึงอาหารคนที่ปรุงด้วยหัวหอมและกระเทียมด้วย

4. ไซลิทอล (Xylitol)

ไซลิทอล เป็นสารให้ความหวานที่อาจพบในหมากฝรั่ง ขนมปราศจากน้ำตาล และยาสีฟันบางชนิด เมื่อสุนัขได้รับเข้าไป ร่างกายอาจหลั่งอินซูลินออกมามากผิดปกติ ทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว และอาจนำไปสู่ภาวะตับวายเฉียบพลันได้

จุดที่เจ้าของต้องระวังคือไซลิทอลอาจไม่ได้อยู่ในอาหารที่คิดว่าเป็นขนมสำหรับสุนัขเท่านั้น จึงควรตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนวางไว้ในบริเวณที่สุนัขเข้าถึงได้

5. ถั่วแมคคาเดเมีย

ถั่วแมคคาเดเมียเป็นอีกหนึ่งอาหารที่เป็นพิษต่อสุนัข แม้กลไกการเกิดพิษยังไม่ทราบแน่ชัด แต่สุนัขที่กินเข้าไปอาจมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึม อาเจียน ตัวสั่น และมีไข้สูงผิดปกติชั่วคราวได้

ดังนั้นถั่วหรือขนมที่มีแมคคาเดเมียเป็นส่วนประกอบไม่ควรนำมาให้สุนัขกิน

6. กาแฟ ชา และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

คาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางของสุนัข อาจทำให้กระสับกระส่าย หอบ หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง และเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้

กาแฟ ชา เครื่องดื่มคาเฟอีน และผลิตภัณฑ์ที่มีคาเฟอีนจึงควรเก็บให้ห่างจากสุนัข และไม่ควรนำมาใช้เป็นเครื่องดื่มหรือขนมสำหรับสุนัข

7. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารที่มีแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์ส่งผลต่อระบบประสาทของสุนัข และแม้ได้รับในปริมาณเล็กน้อยก็อาจทำให้เกิดอาการอาเจียน ท้องเสีย สูญเสียการทรงตัว ระบบประสาทถูกกดการทำงาน หายใจลำบาก ชัก หมดสติ หรือเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

จึงไม่ควรให้สุนัขดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด และควรระวังอาหารหรือขนมที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมด้วย

8. แป้งโดว์ดิบที่มียีสต์

แป้งโดว์ที่ผสมยีสต์แต่ยังไม่ผ่านการอบสามารถขยายตัวภายในกระเพาะของสุนัข ทำให้ท้องอืดและเกิดแก๊สมากผิดปกติ นอกจากนี้การหมักของยีสต์ยังสามารถสร้างแอลกอฮอล์ภายในกระเพาะได้อีกด้วย

ดังนั้นแป้งโดว์ดิบจึงไม่ใช่เพียงอาหารที่ย่อยยาก แต่มีความเสี่ยงจากทั้งการขยายตัวและการเกิดแอลกอฮอล์ภายในร่างกาย

9. อะโวคาโด

อะโวคาโดมีสาร เพอร์ซิน (Persin) ซึ่งเป็นสารที่อาจเป็นอันตรายต่อสัตว์บางชนิด โดยการกินอะโวคาโดในปริมาณมากอาจทำให้สุนัขอาเจียนและท้องเสียได้

นอกจากนี้เมล็ดและเปลือกของอะโวคาโดยังมีความเสี่ยงต่อการติดคอหรืออุดตันทางเดินอาหาร จึงไม่ควรปล่อยให้สุนัขกัดกินส่วนดังกล่าว

อาหารที่ไม่จำเป็นต้องเป็นพิษ แต่สุนัขก็ควรระวัง

นอกจากอาหารที่มีพิษโดยตรงแล้ว ยังมีอาหารบางประเภทที่อาจทำให้สุนัขเกิดปัญหาทางระบบย่อยอาหารหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะเมื่อกินในปริมาณมากหรือเป็นประจำ

นมวัวและผลิตภัณฑ์นม — สุนัขจำนวนมากย่อยแลคโตสได้ไม่ดี การได้รับมากอาจทำให้ท้องเสีย มีแก๊ส และไม่สบายท้อง

อาหารที่มีไขมันสูง เช่น เศษเนื้อติดมันหรือของทอด อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน และอาจทำให้เกิดอาการอาเจียน ท้องเสีย หรือปวดท้องได้

อาหารที่มีเกลือสูง เช่น มันฝรั่งทอดกรอบและขนมขบเคี้ยวรสเค็ม อาจทำให้กระหายน้ำและปัสสาวะมากผิดปกติ และการได้รับโซเดียมมากเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะเป็นพิษจากเกลือได้

กระดูกปรุงสุก เช่น กระดูกไก่ต้มหรือกระดูกหมูอบ อาจแตกเป็นเสี้ยนแหลมเมื่อสุนัขกัดแทะ เศษกระดูกสามารถบาดช่องปาก ติดคอ หรือตำทะลุกระเพาะและลำไส้ได้ จึงควรหลีกเลี่ยง

ถ้าสุนัขเผลอกินอาหารต้องห้ามเข้าไป?

สิ่งสำคัญคือ อย่ารอให้อาการรุนแรงก่อนจึงขอความช่วยเหลือ หากพบว่าสุนัขกินอาหารที่อาจเป็นพิษเข้าไป ควรรีบนำส่งสัตวแพทย์หรือโทรปรึกษาสัตวแพทย์หรือศูนย์พิษวิทยาสัตว์ เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลและการรักษาที่เหมาะสม

ระหว่างนั้นควรจำหรือเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่สุนัขกินเข้าไป เช่น ชนิดของอาหาร ปริมาณโดยประมาณ และเวลาที่กิน เพื่อช่วยให้สัตวแพทย์ประเมินสถานการณ์ได้แม่นยำขึ้น

สรุป: อาหารของคนไม่ได้ปลอดภัยสำหรับสุนัขทุกชนิด

การป้องกันทำได้ง่ายที่สุดด้วยการไม่แบ่งอาหารคนให้สุนัขโดยไม่ตรวจสอบก่อน และเก็บอาหารที่เป็นอันตราย เช่น ช็อกโกแลต องุ่น ลูกเกด หัวหอม กระเทียม ไซลิทอล คาเฟอีน แอลกอฮอล์ และแมคคาเดเมียให้พ้นจากบริเวณที่สุนัขเข้าถึงได้

สำหรับอาหารประจำวัน ควรเลือกอาหารที่ผลิตขึ้นสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ และอ่านฉลากส่วนผสมก่อนซื้อ หากจำเป็นต้องเปลี่ยนอาหาร ควรค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนเพื่อช่วยลดปัญหาการย่อยอาหาร การรู้ว่า สุนัขกินอะไรไม่ได้ จึงเป็นเรื่องเล็กที่ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุในชีวิตประจำวันได้มาก

Related Articles

Your Cart

Premium Selection